เกี่ยวกับฉัน

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

อั๊ยย่ะ! รวมเด็ดขำขำ รูปแบบนี้ก็มีด้วย



  
รูปเซตนี้ขอรวมเอารูปแปลกๆ ขำๆ ฮาๆ ที่คุณเห็นแล้วต้องร้อง เฮ้ย! แบบนี้ก็มีด้วย มาฝากให้ชมกันครับ แต่ละรูปแปลกๆโดนๆทั้งนั้น ลองไปดูกันครับ ที่นี่เลยจ้า

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สุขภาพดีด้วย เมนูสลัด




สุขภาพดีด้วย เมนูสลัด (woman plus)

          อาหารที่คนไทยเอามาจากฝรั่ง มีผักนู่น นี่ นั่น และก็ราดด้วยน้ำสลัด ฟังอย่างนี้แล้วหลายคนร้องอ๋อได้ทันทีว่าคือ "สลัดผัก" นั่นเอง คนจำนวนไม่น้อยก็นึกถึงเมนูสลัดที่เป็นแบบนี้อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเวลาที่ใครๆ อยากไดเอ็ต แต่ทว่าสลัดไม่ได้มีดีเพียงแค่ทำให้คุณควบคุมน้ำหนักได้เท่านั้น แต่ยังทำให้สุขภาพดีแบบถาวร หากว่ากินกันบ่อย ๆ 

           "สลัดผัก" ถึงแม้ว่าอาหารจานนี้จะไม่ใช่อาหารสัญชาติไทย แต่ด้วยความที่เห็นกันมาเป็นเวลานาน ผนวกกับการรับเอาวิถีการกินแบบวัฒนธรรมตะวันตกมาตั้งแต่โบราณ ก็ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงคุ้นเคยกับเมนูจานนี้ได้ประหนึ่งข้าวกะเพราไก่ของคนไทยกันเลยทีเดียว...ว่าแต่ปกติเคยทำสลัดกินเองที่บ้านมั้ยคะ  
           เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะไม่เคยทำ เหตุผลที่ไม่ทำก็คงหลากหลาย เช่น เพราะไปกินตามร้านสลัดบาร์หรืออย่างเวลาที่ยืนตักสลัดที่สลัดบาร์ ผักก็มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย ถ้าต้องให้เตรียมผักเป็นสิบ ๆ อย่างแบบนั้นคงทำไม่ได้แน่ ๆ บางครั้งผักที่ใส่มาในจานก็ไม่รู้จักอีกว่าชื่ออะไรยุ่งยากหลายขั้นตอน หรือบางคนอาจจะคิดไปถึงว่าจะซื้อผักชื่อฝรั่งเหล่านั้นมาจากที่ไหน ฯลฯ เฮ้อ...แล้วเราจะทำสลัดหน้าตาน่ากินเองแบบนี้ได้อย่างไร สรุป ก็เลยไม่ค่อยคิดทำสลัดกินเองที่บ้านเลย...สักที

           แต่จริง ๆ แล้ว การเตรียมสลัด ทั้งจะทำกินกันทั้งบ้านหรือคนเดียวนั้นสะดวกกว่าที่คิด เพราะการทำสลัดก็คือ การนำเอาผักต่าง ๆ มาใส่รวมกัน แล้วก็ราดด้วยน้ำสลัดในแบบที่เราชอบเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดใช่ไหมคะ คุณจะใส่ผักอะไรก็ได้ที่เราชอบ จะเป็นกะหล่ำ แตงกวา มะเขือเทศ เอาผักที่เรารู้จักและหาซื้อได้ง่ายนี่แหละค่ะ หรือถ้าอยากไฮโซฯ หน่อย ก็เอาผักฝรั่งมาใส่ด้วยก็ได้ไม่ผิดกระบวนการเตรียมสลัดแต่อย่างใด แต่ถ้าใครไม่ชอบผัก จะด้วยไม่ชอบรสชาติ หรือกลิ่นของผักบางชนิดก็เลือกใส่แต่ที่เราชอบก็ได้ และเพิ่มความน่ากินด้วยผลไม้เข้าไปด้วยก็ดี เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง แคนตาลูป เอาแบบหาง่ายซื้อสะดวกตามรถเข็นผลไม้ก็ได้ค่ะ เท่านี้เราก็จะได้ จานสลัดพร้อมเสิร์ฟและการันตีความอร่อยได้แล้ว
           ถ้าใครนึกสนุกอยากหยิบนู่นใส่นี่เพิ่ม เพื่อให้จานสลัดดูน่ากินยิ่งขึ้น ก็ทำได้ตามใจอีกเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่อบฉีกเป็นเส้น หรือไส้กรอกซึ่งจะทอดหรือลวกก็ตามสะดวก หรือจะเป็นกุ้งทอด ปลาทูน่า ไข่ต้ม ขนมปังกรอบ ฯลฯ เรียกว่าชอบอะไร อยากกินอะไรเราก็ใส่รวมกับผักที่เตรียมไว้ได้ อ้อ...ผักที่เตรียมไว้ ไม่จำเป็นต้องใส่เยอะ ๆ หลาย ๆ ชนิดถึงเรียกว่าสลัดแบบครบสูตรนะคะ เอาแค่ 1-2 อย่าง เท่านี้ก็ได้ค่ะ
           พูดถึงน้ำสลัดทุกวันนี้ เดินตามห้างหรือร้านค้าสะดวกซื้อต่างๆ มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งสลัดครีม สลัดน้ำใส น้ำสลัดแบบฝรั่งอย่าง น้ำซีซาร์สลัด น้ำสลัดเธาซันด์ไอส์แลนด์ และอื่น ๆ อีกมากมาย เมื่อถึงบ้านลองเปิดตู้เย็นดูนะคะว่าพอมีผักผลไม้อะไรอยู่บ้าง ถ้ามีเนื้อ หรืออะไรอยู่ด้วยก็เอามาใส่รวมกันแล้วราดน้ำสลัด ความอร่อยทำได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้วเท่านี้ คุณก็จะได้น้ำสลัดจานอร่อยกินที่บ้านแล้วค่ะ แถมยังได้ประโยชน์ดีต่อสุขภาพด้วยนะคะ 

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

หลีก หลบ เลี่ยง ไข้หวัดใหญ่หน้าฝน

ไข้หวัดใหญ่

 ย่างเข้าเดือนพฤษภาคม ทั้งโรงเรียน และฤดูฝนก็เริ่มเปิดเทอมพร้อม ๆ กัน อากาศชื้นแฉะแบบนี้ ก็ปลุกเจ้าไวรัสไข้หวัดใหญ่มาด้วย ลูกรักก็อาจจะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่เป็นของแถมจากโรงเรียน เด็กวัยเรียนอายุ 5-9 ปี แบบนี้แหละค่ะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด คุณพ่อคุณแม่มาช่วยกันป้องกัน ให้ลูกห่างไข้จากหวัดใหญ่จากฝนนี้กันค่ะ

ไข้หวัดใหญ่ เป็นได้อย่างไร

         ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นไวรัสที่มีชื่อว่า อินฟลูเอนซาไวรัส (Influenza Virus) เชื้อนี้จะอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของคนป่วย ติดต่อโดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน สัมผัสเชื้อจากการขยี้ตา หรือเอาเข้าปาก หรือจมูก ซึ่งโรงเรียนนี่แหละค่ะถือเป็นแหล่งกระจายไวรัสชั้นดี

         การรักษาผู้ป่วย ทำได้ง่าย ๆ คือนอนพักมาก ๆ ดื่มน้ำบ่อย ๆ เวลาไอ จาม ต้องใช้ผ้าหรือกระดาษเช็ดหน้าปิดปากและจมูก เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย โรคนี้อาการจะหายได้เองภายใน 3-7 วัน แต่หากไอมากขึ้น หรือมีไข้สูงนานเกิน 5 วัน ควรพบคุณหมอหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้าน

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่

         อาการของโรคไข้หวัดใหญ่จะรุนแรงและป่วยนานกว่าโรคไข้หวัดธรรมดา หลังจากเชื้อเข้าสู่ร่างกายประมาณ 1 ถึง 4 วัน ก็จะเริ่มแสดงอาการดังนี้ค่ะ

         ไข้ขึ้นสูงแบบเฉียบพลัน อาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส มีอาการหนาวสั่น เหงื่อซึม

         ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัวมากโดยเฉพาะบริเวณหลัง แขน ขา

         อ่อนเพลียไม่ค่อยมีแรง

         เบื่ออาหาร

         มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ จะรู้สึกเจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล และไอชัดเจน

         อาจพบมีตาแดง ปวดท้อง คลื่นไส้และอาเจียนได้ ในรายที่มีโรคแทรกซ้อน เช่น โรคอักเสบ ก็อาจมีอาการรุนแรงจนทำให้เสียชีวิตได้เลยค่ะ

ดูแลรักษาลูกรักยามไข้หวัดใหญ่มาเยือน

         เมื่อคุณแม่พาลูกไปพบคุณหมอแล้ว คุณหมอจะให้ยาลดไข้และยาช่วยรักษาตามอาการ เช่น ยาลดการคัดจมูก ลดน้ำมูก เป็นต้น หลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่จะดูแลช่วยลูกรักพักฟื้น ดังนี้ค่ะ

         ให้ลูกนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

         ทำร่างกายให้อบอุ่นเสมอ ด้วยการสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่น

         อยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเทได้ดี หลีกเลี่ยงการถูกฝนหรืออยู่ในที่อากาศเย็น

         เช็ดตัวลดไข้บ่อย ๆ โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น หรือน้ำธรรมดา ไม่ควรดื่มน้ำเย็นและอาบน้ำเย็น แต่ควรดื่มน้ำอุ่นเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายและช่วยลดไข้ได้ค่ะ

         สวมผ้าปิดปากและจมูก เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และหมั่นให้ลูกล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ

ทำอย่างไรเพื่อให้ลูกติดหวัดน้อยลง

         สำหรับเด็กปกติคุณพ่อคุณแม่ควรสอนวิธีการป้องกันการติดเชื้อโดยอาจแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

 การป้องกันภายนอก

         สอนลูกให้รู้จักปิดปากปิดจมูกขณะไอหรือจาม

         สอนให้ใช้หน้ากากอนามัยเวลาไอหรือจาม ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษเช็ดหน้าปิดปากและจมูก เพื่อการหยุดแพร่กระจายเชื้อ หากลูกป่วยเป็นไข้หวัดควรสร้างทัศนคติที่ถูกต้องว่าการใส่หน้ากากอนามัยไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือน่ารังเกียจ

         ใช้ช้อนกลาง และไม่ใช้แก้วน้ำร่วมกันกับเพื่อน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

         หมั่นทำความสะอาดของเล่น และหนังสือที่ใช้ในห้องเรียน

 การป้องกันจากภายใน

         เสริมภูมิต้านทานให้ลูก เริ่มต้นด้วยอาหาร โดยการเตรียมอาหารให้ลูกได้กินอาหารครบ 5 หมู่ กินอาหารที่มีปริมาณวิตามินซีสูง เช่น ส้ม มะนาว มะละกอ ฯลฯ

         คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปฉีดวัคซีน ซึ่งจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายลูกได้ นอกจากจะเป็นการป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่แล้ว ยังจะช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่อีกด้วย การฉีดวัคซีนแนะนำให้ฉีดทุกปี และควรฉีดในช่วงก่อนเข้าฤดูฝน ซึ่งพบว่ามีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่มาก ภูมิคุ้มกันจะเกิดขึ้นภายหลังได้รับวัคซีนประมาณ 14 วัน

         นอกจากนี้การส่งเสริมให้ลูกรักออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานต่อโรคต่าง ๆ หากลูกป่วยก็ไม่ควรฝืนให้ลูกไปโรงเรียน เพราะนอกจากจะไม่ได้นอนหลับพักผ่อนแล้ว ยังจะเป็นการนำเชื้อไปแพร่ให้เพื่อน ๆ ด้วยค่ะ